(ครูว์ 11 ธันวาคม 2568) Flying Spur Speed สุดยอดยนตรกรรมซีดานทุบสถิติ ‘Winter Lap Record’ ด้วยเวลา 2:58 นาที ต่อ รอบ ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเวลาดีที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในสภาพพื้นถนนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ ณ Drivecenter Arena ประเทศสวีเดน สนามแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตที่ทันสมัย และเป็นหนึ่งในสนามแข่งรถที่อยู่เหนือสุดของโลก โดยตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนนของสุดยอดยนตรกรรมซีดานรุ่นนี้


สถิติใหม่ได้รับการบันทึกไว้ ณ สนามแข่งรถ Drivecenter Arena ในเมืองเฟลล์ฟอร์สทางตอนเหนือของประเทศสวีเดนที่พัฒนาจากฐานทัพอากาศเฟลล์ฟอร์สเดิม และอยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลเพียง 160 กิโลเมตร แม้ว่าสนามแข่งรถระยะทาง 3.3 กิโลเมตรจะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะหนากว่า 12 นิ้ว แต่ Flying Spur Speed ก็สามารถทำความเร็วรอบสนามได้ในเวลาที่ต่ำกว่า 3 นาที โดยสามารถทำเวลาดีที่สุด 2:58 นาที ซึ่งถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่รถยนต์ได้เคยทำไว้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ณ สนามแข่งรถแห่งนี้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแปรผันและระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังของ Flying Spur ช่วยให้ตัวรถมีความคล่องตัวเป็นพิเศษในสภาพอากาศเช่นนี้ และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 190 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงระหว่างการบันทึกสถิติบนเส้นทางที่ยาวที่สุดเพียง 450 เมตรที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็ง
สถิตินี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของเบนท์ลีย์อย่างสถิติการทำความเร็วบนน้ำแข็ง 2 รายการที่เบนท์ลีย์เคยทำไว้ในปี 2550 และ 2554 และการบันทึกสถิติการขับขี่ต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์คลาสสิก รุ่น Turbo R ณ สนามทดสอบมิลล์บรูคในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2529 ที่ตัวรถสามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้ถึง 225 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงรอบสนามที่มีเส้นทางที่ลาดเอียง โดย Flying Spur Speed ที่ใช้บันทึกสถิติในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกันกับสถิติการทำความเร็วบนน้ำแข็งในปี 2529 นั้นมีหมายเลขทะเบียน Y15 BML และมีสเปกเดียวกับรุ่น Turbo R ในคอลเลกชันรถยนต์คลาสสิกของเบนท์ลีย์ด้วยตัวถังในเฉดสี Brooklands Green พร้อมการตกแต่งด้วยเส้นสายสีเหลือง และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยเฉดสีขาว Linen เฉดสีเขียว Cumbrian และวีเนียร์แบบ Walnut เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 40 ปีของรุ่น Turbo R เมื่อปีที่ผ่านมา



Flying Spur Speed ยนตรกรรมซีดานสมรรถนะสูงสำหรับทุกสภาพถนน
Flying Spur Speed คือ ยนตรกรรมแบบซีดานที่ออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นถนนด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Ultra Performance Hybrid และระบบแชสซีขั้นสูง เครื่องยนต์ รุ่น V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร 600 แรงม้าผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้าได้รับการติดตั้งอย่างลงตัวพร้อมกับเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ในโหมดสปอร์ต ระบบขับเคลื่อนนี้จะให้พละกำลังสูงสุด 782 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร โดยแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมจังหวะการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ รุ่น V8 ได้อย่างลงตัว
ในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) มอเตอร์ไฟฟ้ามอบพละกำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตรที่จะเหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ขณะที่แบตเตอรี่ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมงมอบพิสัยการเดินด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 76 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการขับขี่ของสหภาพยุโรป โดยเมื่อรวมพละกำลังแล้ว เครื่องยนต์ รุ่น V8 และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำให้ Flying Spur Speed รุ่นใหม่มีพิสัยการเดินทางรวมกว่า 829 กิโลเมตร และสำหรับการขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วน ตัวรถจะสามารถทำความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงด้วยอัตราการใช้คันเร่งสูงสุด 75%
ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟของเบนท์ลีย์ (Bentley Performance Active Chassis) ถือเป็นมาตรฐานในรุ่น Flying Spur Speed คุณสมบัติเด่นของระบบช่วงล่างใหม่ที่ล้ำสมัยนี้ ได้แก่ ระบบช่วงล่างไดนามิกไรด์ (Bentley Dynamic Ride) และระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ (All-Wheel Steering) พร้อมด้วยเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถล (Limited Slip Differential) ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ซอฟต์แวร์ ESC รุ่นใหม่ช่วยให้สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้หลากหลาย มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นถนน
ระบบแชสซี และซอฟต์แวร์ ESC ได้รับการปรับแต่งทางกลไกอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากการกระจายน้ำหนักที่เน้นไปทางด้านหลังของรถยนต์รุ่นใหม่แบบ 48.3 ต่อ 51.7 ระบบนี้ใช้การกระจายแรงบิดแบบแอคทีฟจากด้านหน้าไปด้านหลังผ่านเฟืองท้ายตัวกลาง และการกระจายแรงบิดอย่างแม่นยำในแต่ละเพลาด้วยการใช้เบรกเพื่อให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพการณ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำเวลาต่อรอบบนพื้นน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งจอง New Flying Spur ราคา 16.9 ล้านบาท พร้อมด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงที่จะมอบความคุ้มครองและการดูแลรักษารถยนต์เบนท์ลีย์ไปตลอด 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น


สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
เกี่ยวกับ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกท่านและรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคันด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 40 ปี พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์โดยเฉพาะนำเข้าจากโรงงาน การรับประกันอะไหล่แท้ และบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น โดยมี Qualified High Voltage Technician หนึ่งเดียวในประเทศไทยเป็นผู้รับรองงานซ่อมและงานบำรุงรักษารถยนต์ไฮบริดตามมาตรฐานโรงงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกท่านตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ (AAS Looking After YOU And Your CAR)” และให้ชื่อ AAS เป็น “The Name You Can Trust”