Close

เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดราคา พร้อมรับจอง ‘Torcal’ ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าโฉมใหม่

(กรุงเทพฯ 8 ตุลาคม 2569) เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจอง ‘Torcal’ (ทอร์คัล) ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดที่โดดเด่นด้วยการออกแบบ เทคโนโลยี ความประณีตในการรังสรรค์ วัสดุ และความยั่งยืน ราคาเริ่มต้น 13.89 ล้านบาท* พร้อมรับเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้า 10 ปี หรือ 258,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Factory Warranty) และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม


*หมายเหตุ: ราคาเริ่มต้นดังกล่าวอ้างอิงจากโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) นำเข้า ณ ปัจจุบัน ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงหลังการประกาศปรับโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่อย่างเป็นทางการจากภาครัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569)

ดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและล้ำสมัย
ทีมออกแบบ ณ เมืองครูว์ นำโดย Robin Page ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ได้รังสรรค์ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่มีรูปทรงโฉบเฉี่ยว โดยนำเสนอภาษาการออกแบบใหม่ที่โดดเด่นและสะท้อนถึงดีเอ็นเอของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างแท้จริง


สิ่งแรกที่สัมผัสได้ คือ สัดส่วน ฐานล้อที่ยาว ระยะด้านหน้าและด้านหลังที่สั้น และด้านหน้าที่ดูสง่างาม สร้างท่าทางที่ทรงพลัง สะท้อนถึง ‘ความสง่างาม’ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักการออกแบบที่สำคัญของเบนท์ลีย์ เมื่อรวมกับหลักการของ ‘ฝากระโปรงหน้าแบบไร้ขอบ’ (Endless Bonnet) องค์ประกอบเหล่านี้เน้นย้ำถึงความยาว ความโดดเด่น และคาแรกเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของเบนท์ลีย์

สำหรับองค์ประกอบด้านกราฟิกของตัวรถช่วยสะท้อนถึงอัตลักษณ์และบุคลิกเฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนหน้าของตัวรถ กลิ่นอายความคลาสสิกจากรถยนต์เบนท์ลีย์ระดับตำนานอย่าง Continental T ได้รับการตีความใหม่ผ่านเทคโนโลยีระบบไฟอันล้ำสมัยและกระจังหน้าลายเพชรที่โดดเด่นด้วยการเรืองแสง ส่วนด้านท้ายของตัวรถนั้น เส้นสายกราฟิกที่เรียบง่ายและสะอาดตาได้ก่อให้เกิดรูปทรงที่เปรียบเสมือน ‘โล่แห่งความสง่างาม’ (Prestigious Shield) ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบที่เคยนำเสนอเป็นครั้งแรกในรถยนต์ต้นแบบรุ่น EXP 15

ในส่วนของพื้นผิว รูปทรง ปริมาตร และวิธีที่แสงตกกระทบบนตัวถัง Torcal จงใจลดเส้นสายที่ไม่จำเป็นลงเพื่อให้พื้นผิวและสัดส่วนสร้างอารมณ์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ ส่วนท้ายที่ทรงพลัง ห้องโดยสารลาดไปทางด้านหลัง ทำให้เกิดตัวถังที่สร้างขึ้นเหนือซุ้มล้อหลังที่ทีมออกแบบอธิบายลักษณะเหมือน ‘สัตว์ร้ายที่กำลังพักผ่อน’ (Resting Beast) ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งและพลังงานที่อยู่ภายใน

รายละเอียดและงานฝีมือได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยลวดลายรูปทรงเพชรที่ปรากฏแทรกซึมอยู่ทั่วทั้งองค์ประกอบของ Torcal ซึ่งบางจุดก็แสดงออกมาอย่างชัดเจน ในขณะที่บางจุดถูกถ่ายทอดออกมาผ่านพื้นผิว สัมผัส และลวดลายต่างๆ

การออกแบบแผงหน้าปัดยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากโลโก้ ‘Bentley Wings’ ที่สร้างความสมมาตร พลัง และความสมดุล ในขณะที่พื้นผิวเรียบที่โดดเด่นช่วยให้วัสดุแท้อย่างหนัง ขนสัตว์ วีเนียร์ และอะลูมิเนียมเผยเสน่ห์เฉพาะตัวออกมา

ปุ่มควบคุมและช่องระบายอากาศทรงกลมที่ได้รับการออกแบบใหม่ สะท้อนถึง “การผสมผสานอันน่ามหัศจรรย์” ระหว่างงานฝีมือและเทคโนโลยีของเบนท์ลีย์ ปุ่มควบคุมยังคงติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลางและพวงมาลัย ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เบาะโดยสารได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดและอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง ระบบปรับอุณหภูมิเบาะโดยสาร ระบบระบายอากาศ ปีกเบาะโดยสารที่ปรับระดับได้ และฟังก์ชันนวดแบบใหม่

อีกทั้ง นวัตกรรมใหม่อย่าง Postural Adjust และ Smart Seat Climate ยังมาเป็นตัวเลือกเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางระยะไกล โดยระบบจะปรับเปลี่ยนรูปทรงของเบาะโดยสารอย่างต่อเนื่องเพื่อกระจายแรงกดทับให้เหมาะสม พร้อมทั้งปรับระบบทำความร้อนและระบายอากาศเพื่อควบคุมอุณหภูมิของผู้โดยสารให้เป็นไปตามระดับที่ตั้งค่าไว้ สำหรับแพ็กเกจ Wellness Seat Specification นั้น ระบบนวดได้รับการพัฒนาการทำงานจากพนักพิงไปสู่เบาะรองนั่ง ทำให้สามารถนวดผ่อนคลายได้ทั้งบริเวณขา หลัง และหัวไหล่

สำหรับเบาะโดยสารด้านหลังที่รองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 คนนั้น มาพร้อมกับระบบเบาะพับด้วยไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์

ล้ออัลลอยด์มาพร้อมกับตัวเลือก 5 ดีไซน์กับพื้นผิวสัมผัสที่หลากหลาย โดยรุ่นมาตรฐานจะมาพร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 21 นิ้ว ในขณะที่รุ่น S จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วแบบก้านคู่ 10 ก้านเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ยังมีล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วให้เลือกเพิ่มเติมอีก 3 รูปแบบ ซึ่งรวมถึงล้ออัลลอยด์ที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะ ส่วนยางนั้นมีให้เลือกทั้งขนาด 21 และ 22 นิ้ว รวมถึงยางแบบ All-season ขนาด 22 นิ้วที่เข้ามาเติมเต็มทางเลือกในการออกแบบ

Torcal ยังถือเป็นรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นแรกที่มาพร้อมกับโลโก้เบนท์ลีย์ที่ได้รับการออกแบบใหม่และปรับโฉมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา


สมรรถนะอันเหนือชั้นแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์
Torcal คือ ยนตรกรรมรุ่นแรกที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน โดยมอบสมรรถนะการขับขี่จากการผสานพละกำลังอันมหาศาลที่มาพร้อมความนุ่มนวลและแม่นยำในการควบคุมด้วยพละกำลังสูงสุดถึง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุดถึง 1,350 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นตัวเลขแรงบิดที่สูงที่สุด Torcal สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที ทว่ายังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เข้าถึงง่าย นุ่มนวลต่อเนื่อง และเปี่ยมด้วยความหรูหราสง่างาม สมรรถนะระดับนี้เป็นสิ่งที่ทีมวิจัยและพัฒนาตั้งใจกำหนดขึ้น โดยคำนึงถึงข้อมูลที่ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่มองว่าอัตราเร่งที่รุนแรงเกินกว่าระดับดังกล่าวนั้นอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวขณะขับขี่

ตัวรถติดตั้งมอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวรทรงพลังสองตัว ทั้งสองตัวเป็นแบบน้ำมันแห้งและเติมน้ำมันตลอดอายุการใช้งาน ในขณะที่มอเตอร์ด้านหน้าใช้เฟืองท้ายแบบเปิด มอเตอร์ด้านหลังใช้เฟืองท้ายแบบล็อกได้พร้อมคลัตช์แบบหลายแผ่นบนเพลาส่งกำลังแต่ละตัว

ชุดแบตเตอรี่แรงดันสูงประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ Pouch cell จำนวน 192 เซลล์ที่ต่ออนุกรมกัน โดยมีแรงดันไฟฟ้าปกติอยู่ที่ 800 โวลต์ และมีความจุสุทธิรวม 113 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ทั้งนี้ แบตเตอรี่ดังกล่าวมาพร้อมกับการรับประกันครอบคลุมระยะทาง 160,000 ไมล์ หรือ ระยะเวลา 10 ปี

ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟเต็มรูปแบบได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์เบนท์ลีย์ และโช้คอัพแบบปรับได้สองวาล์ว มอบความนุ่มนวลราวกับ “พรมวิเศษ” พร้อมทั้งยังสามารถปรับแต่งแชสซีให้เหมาะสมกับโหมดการขับขี่แต่ละแบบได้ โช้คอัพแต่ละตัวสามารถยกขึ้นหรือลดลงได้อย่างอิสระและทันที ตอบสนองต่อทั้งสภาพถนนและการควบคุมของผู้ขับขี่เพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เหล็กกันโคลง แต่ใช้โช้คอัพเพื่อสร้างแรงบิดต้านการโคลงที่ปรับได้ไม่จำกัด พร้อมด้วยความคล่องตัวที่เพิ่มขึ้นอีกด้วยระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นมาตรฐาน โดยใช้มุมบังคับเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุดถึง 5 องศาเพื่อลดรัศมีวงเลี้ยวให้เหลือเพียง 11.1 เมตร

ระบบเบรกมาตรฐานเป็นแบบเหล็ก (Iron) โดยมาพร้อมจานเบรกคู่หน้าขนาด 420 มม. และคู่หลังขนาด 370 มม. นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถเลือกอัปเกรดเป็นระบบเบรกเซรามิก Carbon Silicon Carbide (CSiC) ซึ่งใช้จานเบรกคู่หน้าขนาด 440 มม. ซึ่งถือเป็นจานเบรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ใช้กับรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นอื่นๆ และจานเบรกคู่หลังขนาด 410 มม. โดยทั้งสองระบบมีตัวเลือกคาลิปเปอร์เบรกสีดำ สีแดง หรือสีเทา และยังมีอีก 3 สีพิเศษให้เลือกผ่านบริการของ Bentley Mulliner

Torcal พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายสำหรับการเดินทางระยะไกล ผสานความคล่องตัวและการตอบสนองที่ฉับไว รวมถึงสมรรถนะอันเหนือชั้นเมื่อขับขี่ในแบบออฟโรด ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ในขีดความสามารถอันหลากหลายของยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ กล่าวได้ว่า Torcal มอบความสะดวกสบายเทียบเท่ารุ่น Flying Spur และให้สมรรถนะการขับขี่ที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและความคล่องตัวไม่ต่างจากรุ่น Continental GT Speed โดยประสิทธิภาพในการขับขี่นี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนบุคลิกและอารมณ์ในการขับขี่ที่แตกต่างกันได้ง่ายดาย ผ่านโหมดการขับขี่ที่คัดสรรมาให้เลือกถึง 4 รูปแบบ


อรรถประโยชน์อันล้นเหลือ
Torcal มีความยาวตลอดตัวถัง 5 เมตร ถือเป็นรถยนต์แบบ 4 ประตูที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุด แต่กลับมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 460 ลิตร และพื้นที่เก็บของด้านหน้าอีก 90 ลิตร และด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 11.1 เมตร ทำให้รถยนต์รุ่นนี้มีความคล่องตัวสูงในการขับขี่ในเมือง ในขณะที่สามารถมอบพิสัยการเดินทางได้สูงสุด 600 กม. ช่วยให้การเดินทางไกลเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดพักบ่อยครั้ง นอกจากนี้ Torcal ยังรองรับการชาร์จไฟจากระดับ 10% ถึง 80% ได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาทีด้วยกำลังไฟ 400 กิโลวัตต์ ซึ่งหมายความว่าสามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 161 กม. โดยใช้เวลาชาร์จเพียง 7 นาทีเท่านั้น

เทคโนโลยี ADAS ล่าสุดมาพร้อมฟีเจอร์ขั้นสูงทั้งสำหรับการขับขี่และการจอดรถเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายดายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบมาพร้อมกับเรดาร์ เซ็นเซอร์ และกล้องรวม 25 ตัวติดตั้งอยู่รอบตัวรถเพื่อรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม ตัวอย่างเช่น ตัวรถจะสแกนสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากพบสิ่งกีดขวางบนถนนแคบ รถจะสามารถถอยหลังกลับไปยังจุดที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้โดยอัตโนมัติเพื่อให้สิ่งกีดขวางนั้นผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยอำนวยความสะดวกในการลากจูง การนำรถเข้าจอดในที่จอด และการจอดรถขนานขอบทางที่จะช่วยป้องกันความเสียหายต่อขอบล้อ รวมถึงระบบสั่งการจอดรถระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน อีกทั้งยังสามารถ “เรียนรู้” และจดจำรูปแบบการจอดรถที่แม่นยำเฉพาะเจาะจงได้อีกด้วย ประตูไฟฟ้าทั้ง 4 บานที่ควบคุมด้วยระบบเรดาร์สามารถเปิดและปิดได้เองโดยอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น ผู้โดยสารสามารถสั่งปิดประตูได้เมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยหรือสั่งการผ่านหน้าจอสัมผัสหลัก ในขณะที่ผู้ขับขี่สามารถปิดประตูฝั่งตนเองได้เพียงแค่เหยียบแป้นเบรก

หลังคาซันรูฟแบบกระจกที่ปรับเปลี่ยนความโปร่งแสงได้รุ่นใหม่ในดีไซน์ “Frosted Diamond” ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับประสบการณ์ภายในห้องโดยสาร โดยเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับระดับแสงและบรรยากาศได้ตามต้องการ พร้อมผสมผสานทั้งประโยชน์ใช้สอยและความหรูหราไว้อย่างลงตัว


การรังสรรค์เสียงอันทรงพลัง
เสียงจังหวะอันทรงพลังของเครื่องยนต์เป็นสิ่งที่คงอยู่คู่ประวัติศาสตร์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์มาตั้งแต่รถยนต์คลาสสิกขนาด 3 ลิตรคันแรกในปี พ.ศ. 2462 จนถึงปัจจุบัน ทีมพัฒนาจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมโยงผ่านเสียงที่เปี่ยมด้วยพลังในลักษณะเดียวกัน โดยไม่พึ่งพาเพียงการเลียนแบบทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น พวกเขาค้นพบว่าจังหวะของเครื่องยนต์ V8 คือหัวใจสำคัญของเสน่ห์อันน่าหลงใหล และได้ใช้เครื่องดนตรีจริงอย่าง กลอง ไวโอล่า และกีตาร์เบส ร่วมรังสรรค์ Bentley Dynamic Symphony ที่สมจริง

ตั้งแต่จังหวะปกติไปจนถึงการเร่งความเร็วอย่างเต็มกำลัง เสียงที่เกิดขึ้นจากการตอบสนองต่อการขับขี่จะมอบความรู้สึกให้แก่ผู้ขับขี่ โดยเน้นย้ำถึงความรู้สึกเชื่อมโยงและการตอบสนองที่แท้จริง มากกว่าจะเป็นเพียงการจำลองเสียงเครื่องยนต์ทั่วไป เสียงที่มีพลังและหนักแน่นในย่านความถี่ต่ำนี้ได้รับการปรับจูนให้สอดคล้องกับแรงบิดที่ผู้ขับขี่ต้องการและความเร็วของรถ ซึ่งช่วยเสริมการรับรู้ถึงพฤติกรรมการใช้รถและให้ข้อมูลที่คาดการณ์ได้ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับเสียงของระบบ Dynamic Symphony จะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้โหมด Sport และสามารถปิดการทำงานได้อย่างสมบูรณ์หากผู้ขับขี่ต้องการความเงียบสงบ

เสียงจากระบบสั่งการอื่นๆ ยังรวมถึงเสียงสัญญาณไฟเลี้ยว ซึ่งเป็นเสียงที่บันทึกมาจากจังหวะค้อนกระทบพื้นผิวของหนังแท้ภายในเวิร์กช็อปงานหุ้มเบาะโดยสารของเบนท์ลีย์ หรือแม้แต่เสียงแจ้งเตือนบนหน้าจอแบบสัมผัสและระบบผู้ช่วยดิจิทัลก็ยังแฝงไว้ด้วยสัมผัสแห่งความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง เพราะเป็นเสียงที่ถอดแบบมาจากเสียงของแก้วคริสตัล

นอกเหนือจากเสียงที่เกิดจากการขับเคลื่อนและเสียงการทำงานของระบบต่างๆ แล้ว Torcal ยังมาพร้อมกับตัวเลือกของระบบเครื่องเสียง 2 รูปแบบ โดยเริ่มต้นที่ระบบกำลังขับ 620 วัตต์ พร้อมลำโพง 16 ตัว และอีกทางเลือกหนึ่งคือระบบที่พัฒนาร่วมกับ Naim ซึ่งมีกำลังขับสูงถึง 1,780 วัตต์ พร้อมลำโพง 28 ตัว รวมถึงระบบสั่นสะเทือนที่เบาะโดยสารเพื่อถ่ายทอดสัมผัสทางกายภาพ (Kinaesthetic Seat Shakers) และลำโพงที่ติดตั้งบริเวณพนักพิงศีรษะคู่หน้า อีกทั้งยังรองรับระบบเสียง Dolby Atmos 7.1 อีกด้วย


โหมดการขับขี่และคุณสมบัติเพื่อความสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง
โหมดการขับขี่ของ Torcal ก้าวล้ำไปไกลกว่าเพียงแค่การปรับตั้งค่าช่วงล่างและระบบขับเคลื่อน ผู้ขับขี่สามารถออกแบบทุกการเดินทางให้สอดคล้องกับความรู้สึกที่ผู้ขับขี่ต้องการสัมผัสด้วยโหมดประสบการณ์การเดินทาง (Experience Modes) ทั้ง 4 รูปแบบที่ได้ผสานองค์ประกอบต่างๆ ทั้งแสง สี เสียง ระบบปรับอากาศ การไหลเวียนของอากาศ และข้อมูลดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อตอบสนองต่ออารมณ์ ช่วงเวลา และสภาวะจิตใจที่แตกต่างกัน

โหมด Bentley สะท้อนความอบอุ่น ความมีชีวิตชีวา และความสมดุลที่ผสานความสะดวกสบายและงานฝีมือเข้าด้วยกัน สร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความรู้สึกหรูหราแต่ยังคงเน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก ในขณะที่โหมด Comfort สร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบที่จะลดสิ่งรบกวนให้ได้น้อยที่สุด เสริมจังหวะการขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้น พร้อมตัวเลือกในการงดใช้อุปกรณ์ดิจิทัล โดยซ่อนข้อมูลที่ไม่จำเป็นทั้งหมดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากหน้าจอ

โหมดที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจที่สุดในบรรดา 4 โหมด คือ โหมด Sport ในโหมดนี้ เสียงประกอบจะสมจริงยิ่งขึ้น ภาพประกอบและบรรยากาศที่แสดงออกผ่านแสงและการตอบสนองของปุ่มควบคุมจะชัดเจนมากขึ้น

โหมด Refresh จะช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของอากาศบริสุทธิ์ ปรับแสงให้สว่างขึ้น และสร้างบรรยากาศที่ดูโปร่งโล่ง สะอาดสดชื่น ช่วยเติมพลังให้กับทั้งร่างกายและจิตใจ

ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ดียิ่งขึ้นด้วยการให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับหลักสรีรศาสตร์และความสะดวกในการใช้งานผ่านหน้าจอ OLED แบบโค้งที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเบนท์ลีย์ มอบสีดำสนิทและสีสันที่สดใสยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพและเอื้อต่อหลักสรีรศาสตร์ในการใช้งานที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของหน้าจอ

ระบบจดจำใบหน้าช่วยให้สามารถระบุตัวตนผู้ขับขี่ได้อย่างง่ายดายเพื่อปรับการตั้งค่าส่วนบุคคลที่บันทึกไว้มาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเบาะโดยสารและพวงมาลัย การตั้งค่าระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) และการตั้งค่าอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ โทรศัพท์มือถือของผู้ใช้ยังสามารถตั้งค่าให้ทำหน้าที่เสมือนกุญแจรถ (Mobile Device Key) ซึ่งช่วยให้สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ และเข้าถึงระบบของตัวรถได้อย่างเต็มรูปแบบ

เบนท์ลีย์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้วยการลดระยะเวลาที่ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากท้องถนนผ่านระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ Augmented Reality ที่จะฉายข้อมูลต่างๆ เช่น คำแนะนำเส้นทางและสัญลักษณ์ ADAS บนพื้นถนนลงในระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง โดยจัดวางตำแหน่งให้สอดคล้องกับทางเลี้ยวหรือจุดอันตรายต่างๆ บนท้องถนน


วัสดุร่วมสมัยคัดสรรอย่างยั่งยืน
ตลอดหลายชั่วอายุคน เบนท์ลีย์ได้สร้างมาตรฐานด้านงานฝีมือการตกแต่งภายในด้วยวัสดุที่ดีที่สุด และ Torcal ได้เพิ่มทางเลือกให้มากขึ้นด้วยการนำเสนอวัสดุที่เป็นนวัตกรรมใหม่ แนวคิดสุดล้ำสมัย และความใส่ใจในรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน ซึ่งทั้งหมดนี้รวมกันเพื่อนิยามความหรูหราแห่งยนตรกรรมยุคใหม่

ขนแกะเมอริโนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแฟชั่นมาอย่างยาวนานในเรื่องความนุ่มนวล ความอบอุ่น และความหรูหราสง่างามตามธรรมชาติ ทว่าที่ผ่านมาวัสดุชนิดนี้ยังขาดความทนทานสำหรับการใช้งานภายในห้องโดยสารรถยนต์ ล่าสุด ทีมงานด้านสี วัสดุ และการตกแต่งของเบนท์ลีย์ได้ร่วมมือกับ Fox Brothers ซึ่งเป็นบริษัทจากซอมเมอร์เซ็ตที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทอผ้าขนแกะคุณภาพสูงมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ในการพัฒนาผ้าสำหรับใช้ในรถยนต์ที่ผลิตจากขนแกะเมอริโนแท้ 100% เป็นครั้งแรกของโลก เพื่อมอบมิติใหม่แห่งความอบอุ่นและความสบายให้แก่ห้องโดยสาร อีกทั้งยังนับเป็นผ้าขนแกะสำหรับยานยนต์ชนิดแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Responsible Wool Standard (RWS) อีกด้วย

Ombré Walnut by Mulliner พื้นผิวแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Torcal นั้น ผ่านกรรมวิธีการนำเศษไม้วอลนัทที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันมากถึง 1,000 ชั้น และกระดาษคราฟต์ (กระดาษรีไซเคิล) ที่คัดสรรอย่างยั่งยืน มาอัดเข้าด้วยกันอย่างระมัดระวัง แล้วจึงตัดให้มีความหนาน้อยกว่าหนึ่งมิลลิเมตร เฉดสีวอลนัทสี่เฉดที่แตกต่างกันจะค่อยๆ ไล่ระดับจากสีดำเข้มไปจนถึงสีเทาเข้มและสีเทาอ่อน สะท้อนความหรูหราและร่วมสมัยที่หยั่งรากอยู่ในงานฝีมือแบบดั้งเดิม

อีกหนึ่งวัสดุตกแต่งใหม่ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรก คือ Sunburst Aluminium จาก Bentley Mulliner ซึ่งถือเป็นการตีความใหม่ของแผงหน้าปัดอะลูมิเนียมขัดเงาแบบ Engine-turned ของรถยนต์เบนท์ลีย์ในอดีต ลวดลายการขัดเงาแบบสามทิศทางที่ให้สัมผัสที่แม่นยำ แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและความใส่ใจในรายละเอียดของงานฝีมือเบนท์ลีย์ในมุมมองใหม่

สำหรับการตกแต่งภายในที่งดงามและสะดุดตา เบนท์ลีย์มีการผสานเฉดสีหนังแท้โทน Olive Tan ถึง 15 เฉดสี (รวมถึงเฉดสีใหม่ล่าสุดอย่าง Teal, Terra และ Glaze) เข้ากับวัสดุ Dinamica ในเฉดสีที่เข้าคู่กันอีก 15 เฉดสี และผ้าขนสัตว์ Merino แท้ในอีก 5 เฉดสี นอกจากนี้ยังมีทางเลือกวัสดุวีเนียร์ 6 แบบ เสริมด้วยวัสดุพื้นผิวแบบ Technical อีก 2 แบบ และพื้นผิวแบบ Piano อีก 6 เฉดสี อันได้แก่ Black, Gravity Grey, Linen, Teal, Imperial Blue และ Cricket Ball


Torcal รุ่น Core และ รุ่น S
Torcal เปิดตัวรุ่นมาตรฐานและรุ่น S ที่เน้นสมรรถนะสไตล์สปอร์ต โดยรุ่นมาตรฐานมาพร้อมพละกำลัง 821 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 1,194 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ส่วนรุ่น S นั้นเหนือกว่าด้วยพละกำลัง 888 แรงม้า (PS) และแรงบิด 1,350 นิวตันเมตรเมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม.


รุ่น Torcal มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งในเฉดสีเงินซาติน การตกแต่งภายในแบบทูโทน และแผงตกแต่งลายไม้ Open Pore Crown Cut Walnut เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่น Torcal S ได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวเพื่อสะท้อนสมรรถนะที่เหนือชั้น โดยมาพร้อมรายละเอียดการตกแต่งเพิ่มเติม ดังนี้

• ชุดแต่งภายนอกและครอบกระจกมองข้างสีดำ
• ไฟท้ายรมดำ
• ดิฟฟิวเซอร์หลัง พร้อมด้วยสเกิร์ตข้างสไตล์สปอร์ตและกันชนหน้า
• คาลิปเปอร์เบรกสีแดง
• ตราสัญลักษณ์ ‘S’ ที่บังโคลนหน้า พร้อมด้วยโลโก้เบนท์ลีย์สีดำ
• ลวดลายการแบ่งสีแบบ S การควิลต์ และการเดินเส้นด้ายที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
• แป้นเบรกสไตล์สปอร์ต
• วีเนียร์ Piano Black
• กาบบันไดแบบเรืองแสงและไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบ Dynamic Waterfall


บทสรุป
ทั้งงานดีไซน์ เสียงเครื่องยนต์ และความประณีตในการรังสรรค์รถยนต์เบนท์ลีย์ล้วนก่อให้เกิดสายใยแห่งความรู้สึกอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างมนุษย์และยนตรกรรม ทุกองค์ประกอบของ Torcal ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ วิศวกรรม เทคโนโลยี หรือศิลปะแห่งงานช่าง ล้วนได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้น โดยเป็นการผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับงานฝีมืออันทรงคุณค่าเหนือกาลเวลาเพื่อถ่ายทอดมิติใหม่แห่งความผูกพันอันลึกซึ้งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์รถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคัน

สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


เกี่ยวกับ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลหลังการขายด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 40 ปี พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์ที่ทันสมัยจากโรงงาน การรับประกันอะไหล่แท้ และบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น โดยมี Qualified High Voltage Technician หนึ่งเดียวในประเทศไทยเป็นผู้รับรองงานบำรุงรักษารถยนต์แบบเครื่องยนต์ไฮบริดให้เป็นไปตามมาตรฐานโรงงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจที่พิสูจน์ด้วยความสำเร็จมาตลอด 4 ทศวรรษให้กับเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ (AAS Looking After YOU And Your CAR)” และให้ชื่อ AAS เป็น “The Name You Can Trust”

Picture of AAS Bentley Marketing

AAS Bentley Marketing

Sent Successfully!

Thank you.

We will contact you shortly!