Close

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว New Flying Spur พร้อมพลิกโฉมยนตรกรรมหรูสู่ซูเปอร์คาร์ 4 ประตูพันธุ์สปอร์ตเจนใหม่

(ครูว์ 2 มิถุนายน 2569) เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว New Flying Spur โฉมใหม่ พร้อมพลิกโฉมยนตรกรรมหรูสู่ซูเปอร์คาร์สายพันธุ์สปอร์ตแบบ 4 ประตูที่ยังคงความหรูหราของงานฝีมืออันประณีตในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยยนตรกรรมเจเนอเรชันล่าสุดมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์แบบ High Performance V8 Hybrid อันทรงพลังของเบนท์ลีย์ พร้อมรูปลักษณ์ภายนอกใหม่ที่ดูสปอร์ตและโมเดิร์นจากการนำไฟหน้าแบบเดี่ยวกลับมาใช้ในยนตรกรรมซีดานอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2505 เพื่อให้สอดคล้องกับการออกแบบยนตรกรรมในตระกูล Continental GT เจเนอเรชันล่าสุด


สำหรับการเปิดรับคำสั่งจอง New Flying Spur เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดในรุ่น New Flying Spur S ราคาเริ่มต้น 18.1 ล้านบาท พร้อมรับเอกสิทธิ์พิเศษที่เหนือกว่าด้วยการรับประกันมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) นาน 3 ปีเต็ม พร้อมรับสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี


รูปลักษณ์ความสปอร์ตสื่อออกมาได้อย่างลงตัวด้วยกระจังหน้าที่ถูกรวมเข้ากับกันชนหน้า พร้อมด้วยไฟหน้าแบบเดี่ยวที่มีให้เลือก 2 แบบในแต่ละรุ่น โดยช่องระบายอากาศที่บังโคลนหน้าถูกแทนที่ด้วยพื้นผิวที่เรียบเนียนและสะอาดตาที่ตกแต่งด้วยโลโก้บริเวณด้านหลังซุ้มล้อหน้า ฝากระโปรงท้ายแบบใหม่พัฒนาจากสไตล์เดิมด้วยพื้นผิวที่เรียบเนียนและเส้นสายที่สะอาดตา เสริมด้วยไฟท้ายแบบใหม่ และกรอบป้ายทะเบียนสีเดียวกับตัวถัง พร้อมด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วแบบใหม่ ซึ่งเป็นออปชันเสริมสำหรับในรุ่น Azure และ S โดยสายการผลิต New Flying Spur ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ มีกำหนดเริ่มต้นในเดือนกันยายนนี้


Flying Spur รุ่นล่าสุดเป็นการกลับมาของรุ่นย่อย S ซึ่งเป็นรุ่นที่เน้นสมรรถนะและรูปลักษณ์ความสปอร์ตที่โดดเด่น โดยต่อยอดจากรุ่น Continental GT S ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก new Flying Spur มาพร้อมกับระบบช่วงล่างแบบ Performance Active Chassis และระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดสมรรถนะสูงอย่าง High Performance Hybrid เพื่อการขับขี่แบบไดนามิกที่ยอดเยี่ยม สำหรับ Flying Spur S รุ่นล่าสุดนี้เป็นรุ่นที่ทรงสมรรถนะที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยพละกำลังกว่า 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร มากกว่า Flying Spur S รุ่นก่อนเกือบ 20% และยังมาพร้อมกับเฟืองท้ายที่จำกัดการลื่นไถลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (eLSD)

การกลับมาในรุ่น S ทำให้รูปแบบเบาะโดยสารเฉพาะรุ่นมีมากถึง 5 รูปแบบ โดยแต่ละแบบต้องใช้เวลาในการผลิตด้วยมือถึง 12 ชั่วโมงโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตกแต่งภายในของเบนท์ลีย์ที่ใช้วัสดุบุรองแบบร่องหรือแบบเย็บขั้นสูงเพื่อมอบความสบายและประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่าง


The Virtuoso Collection ออปชันระบบเสียงใหม่ที่โดดเด่นด้วยระบบเสียง Naim for Mulliner ผสานกับวัสดุชั้นเลิศ งานปักอันเป็นเอกลักษณ์ และรายละเอียดสีทองแชมเปญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือด้านดนตรีชั้นสูงมีให้เลือกเป็นออปชันในรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่นกับตัวเลือก 3 รูปแบบที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี อันได้แก่ Soprano, Tenor และ Bass ที่ครอบคลุมตั้งแต่การตกแต่งภายในที่สงบและเรียบหรู ไปจนถึงการตกแต่งภายในที่ดูเคร่งขรึมและดุดัน โดยมีการออกแบบรายละเอียดสีทองแชมเปญทั่วทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่รวมถึงโลโก้เบนท์ลีย์ โลโก้คอลเลกชัน ปลายท่อไอเสีย และแม้แต่กุญแจที่มีขอบสีทองแชมเปญ

New Flying Spur เปิดตัวพร้อมกับเฉดสีน้ำเงิน Dark Teal เฉดสีภายนอกใหม่ล่าสุดที่นำเสนอสีน้ำเงินเมทัลลิกโทนกลางที่สวยงามและโดดเด่น พร้อมประกายสีเขียว ให้ความรู้สึกร่วมสมัยและหรูหราด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติกับเกล็ดเมทัลลิกที่ละเอียด ช่วยเพิ่มมิติที่งดงาม เน้นรูปทรงของพื้นผิวให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น


Flying Spur S ยนตรกรรมซีดานพันธุ์สปอร์ต
Flying Spur S ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบในสมรรถนะการขับขี่เป็นหลัก โดยถือเป็นยนตรกรรมซีดานที่เร็วและทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูล S ด้วยกำลังกว่า 680 แรงม้า และแรงบิด 930 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดสมรรถนะสูงในรุ่น S ใหม่นี้ทรงพลังกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 130 แรงม้า สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 308 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงด้วยอัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงในระยะเวลาเพียง 3.7 วินาที


ระบบขับเคลื่อนขั้นสูงนี้ได้รับการเสริมด้วยระบบช่วงล่างที่ปัจจุบันมีเฉพาะในรุ่น Speed และ Mulliner เท่านั้น โดยระบบช่วงล่าง Bentley Performance Active Chassis ประกอบไปด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแอคทีฟ (Active All Wheel Drive), โช้คอัพแบบวาล์วคู่, ระบบกระจายแรงบิด (จากด้านหน้าไปด้านหลังและข้ามเพลา), ระบบป้องกันการโคลงตัวแบบแอคทีฟ (Bentley Dynamic Ride 48V) และซอฟต์แวร์ควบคุม ESC รุ่นใหม่ และถือเป็นครั้งแรกในรุ่น Flying Spur S ที่มีเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นระบบช่วงล่างสำหรับรถยนต์แบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ล้ำสมัยที่สุดของเบนท์ลีย์ที่เน้นประสบการณ์การขับขี่ ออกแบบมาเพื่อส่งมอบความรู้สึกและความเร้าใจในการขับขี่สูงสุด

เอกลักษณ์ความสปอร์ตในยนตรกรรมรุ่น S ใหม่สื่อออกมาได้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเห็นด้วยชุดแต่ง Blackline Specification ที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับกันชนหน้าด้านล่าง พร้อมกระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา พร้อมด้วยโลโก้และตัวอักษรเบนท์ลีย์สีดำที่จะช่วยเสริมรูปลักษณ์ให้ดูดุดัน ปราดเปรียว และทรงพลัง พร้อมองค์ประกอบอื่นที่บ่งบอกถึงสมรรถนะ อันได้แก่ ฝาครอบกระจกมองข้างและคิ้วข้างประตูในเฉดสีดำ Beluga ไฟหน้าแบบเมทริกซ์ LED สีเข้ม พร้อมรายละเอียดการออกแบบแบบ Precision อันเป็นคุณสมบัติที่มีเฉพาะในรุ่น Flying Spur Speed เท่านั้น โดยมีไฟท้ายสีเข้มและปลายท่อไอเสียแบบสปอร์ตที่จะช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ความสปอร์ตให้โดดเด่นยิ่งขึ้น


เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดรับคำสั่งจอง New Flying Spur แล้ววันนี้ สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองยนตรกรรมสปอร์ตซีดานโฉมใหม่สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


เกี่ยวกับ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแลหลังการขายให้กับลูกค้าเบนท์ลีย์ทุกท่านและรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคันด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 40 ปี พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือตรวจสอบและวิเคราะห์สำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์โดยเฉพาะนำเข้าจากโรงงาน การรับประกันอะไหล่แท้ และบุคลากรที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น โดยมี Qualified High Voltage Technician หนึ่งเดียวในประเทศไทยเป็นผู้รับรองงานซ่อมและงานบำรุงรักษารถยนต์ไฮบริดตามมาตรฐานโรงงาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกท่านตามนโยบายหลักของบริษัทที่ว่า “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ (AAS Looking After YOU And Your CAR)” และให้ชื่อ AAS เป็น “The Name You Can Trust”

Picture of AAS Bentley Marketing

AAS Bentley Marketing

Sent Successfully!

Thank you.

We will contact you shortly!