Close

November 26, 2021

ปอร์เช่ และกลุ่มผู้ถือหุ้น ทุ่มงบประมาณการลงทุนกว่า 700 ล้านยูโร ภายในปี 2025

กลยุทธ์การดำเนินงาน 2.0: IONITY เร่งขยายเครือข่ายสถานี fast-charging network

สตุ๊ทการ์ท. IONITY พร้อมแล้วสำหรับการเป็นเครือข่ายสถานีชาร์จพลังงาน high-performance ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป โดยสามารถรองรับระบบชาร์จของรถพลังงานไฟฟ้าจากผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์หลักได้ทั่วโลก บริษัทร่วมทุนกำลังระดมงบประมาณเพื่อดำเนินงานตามแผนขยายเครือข่ายจุดบริการสถานีชาร์จ ให้สำเร็จภายในปี 2025 ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีสถานีชาร์จจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 แห่ง จาก 400 แห่ง หมายความว่าในอนาคตจะเกิดสถานีชาร์จพลังงานประมาณ 7,000 แห่งหรือมากกว่า 4 เท่าตัวของสถานีชาร์จที่มีอยู่ในปัจจุบัน 1,500 แห่ง

เครือข่ายจุดบริการสถานีชาร์จของ IONITY ได้รับมาตรฐานตามระบบชาร์จพลังงานของทวีปยุโรป ไม่ว่าจะเป็น Com-bined Charging System (CCS) และระบบชาร์จพลังงานเทคโนโลยี 800 โวลต์ หมายความว่าเครือข่ายดังกล่าวจะสามารถรองรับการชาร์จพลังงานให้กับปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ได้ประสิทธิภาพสูงสุดถึง 270 กิโลวัตต์ ผ่านบริการ Porsche Charging Service ซึ่งผู้ขับขี่ ไทคานน์ (Taycan) จะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์จากมาตรฐานเดียวกัน โดยมีค่าใช้จ่ายในราคาพิเศษ เมื่อใช้บริการ IONITY fast-charging stations ที่ปัจจุบันมีราคา 0.33 ยูโรต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง

โอลิเวอร์ บลูมเม่ (Oliver Blume) ประธานกรรมการบริหารของ Porsche AG กล่าวว่า “เรากำลังเผชิญกับอัตราการเติบโตของยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จพลังงาน high-performance อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับปอร์เช่ เราคาดการณ์ว่าภายในปี 2025 รถยนต์ที่จำหน่ายทั่วโลก 50 เปอร์เซ็นต์ จะต้องเป็นรถยนต์ไฮบริดหรือรถพลังงานไฟฟ้า และภายในสิ้นทศวรรษนี้จะดำเนินการให้ได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ การลงทุนใน IONITY คือการส่งข้อความสำคัญไปยังลูกค้า เพื่อบอกถึงการยกระดับความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยยานพาหนะที่เป็นรถพลังงานไฟฟ้าของพวกเขาในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้”

หมายเหตุ : หุ้นส่วนของ IONITY ประกอบไปด้วย BMW Group, Mercedes-Benz AG, Ford Motor Company, Hyundai Motors และ KIA, Volkswagen Group พร้อมด้วย Audi และ Porsche และบริษัทจัดการลงทุน Blackrock

กลยุทธ์การดำเนินงาน IONITY Strategy 2.0: เครือข่ายที่ยิ่งใหญ่ ส่งมอบความสะดวกสบายอันยอดเยี่ยม
สถานีชาร์จพลังงานของ IONITY ไม่เพียงจะได้รับการก่อสร้างบนเส้นทางหลักในทวีปยุโรปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเมืองใหญ่ และแหล่งชุมชนในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย โดยในพื้นที่ดังกล่าวจะมีสถานีชาร์จอยู่ 6 ถึง 12 แห่ง และนอกจากนี้ในส่วนของสถานีชาร์จเดิมบนเส้นทางหลักที่มีความต้องการสูง จะได้รับการเพิ่มเติมสถานีชาร์จให้เพียงพอเช่นกัน

ในฐานะส่วนหนึ่งของแนวคิด Oasis flagship concept IONITY มีวัตถุประสงค์ในการยกระดับงานบริการ และความสะดวกสบาย ปอร์เช่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการจัดหาที่ดินเพิ่มเติมสำหรับสร้าง charging parks เพื่อเป็นบริการเสริมและตั้งอยู่บริเวณศูนย์อาหารและร้านค้า

บริการ Porsche Charging Service พร้อมจุดชาร์จกว่า 200,000 จุด
บริการ Porsche Charging Service มอบเอกสิทธิ์ในการเข้าถึงสถานีชาร์จทุกแห่งทั่วโลก ผ่านผู้ให้บริการที่หลากหลาย รวมทั้ง IONITY ในปัจจุบัน เครือข่ายดังกล่าวเชื่อมต่อกับสถานีชาร์จภายในทวีปยุโรป ประมาณ 20 ประเทศ ทั้งหมด 200,000 แห่ง ซึ่งจากสถานีชาร์จทั้งหมดจะมีสถานีชาร์จประมาณ 6,500 แห่ง ที่รองรับกำลังไฟฟ้ากระแสตรงมากกว่า 50 กิโลวัตต์ โดยปอร์เช่จะรับหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมเอกสารค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ และนอกเหนือจากเครือข่ายของ IONITY ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนแล้ว ปอร์เช่ยังมีแผนการก่อสร้างสถานี fast-charging network ของตนเอง ตลอดเส้นทางคมนาคมหลักในทวีปยุโรปอีกด้วย

ณ Porsche Destination Charging ลูกค้าสามารถชาร์จพลังงานให้แก่รถพลังงานไฟฟ้ารวมถึงรถยนต์ plug-in hybrid ของปอร์เช่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ในสถานที่ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยม ความคืบหน้าของการดำเนินงานของ Porsche Des-tination Charging คือการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับเสร็จสิ้นไปแล้วมากกว่า 2,700 แห่ง ใน 70 ประเทศ โดยมีสถานที่ต่างๆ ที่ผ่านการคัดเลือก อันประกอบไปด้วย โรงแรม ภัตตาคาร ท่าอากาศยานศูนย์การค้า สปอร์ตคลับ และท่าเรือ โดยปอร์เช่อยู่ระหว่างกระบวนการเร่งพัฒนาขยายเครือข่ายเพิ่มเติมอย่างเต็มกำลัง
ติดตามข้อมูลข่าวสาร ภาพยนตร์ และภาพถ่าย ได้ที่ Porsche Newsroom: newsroom.porsche.com

อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคตามมาตรฐาน NEDC ที่ระบุในบทความนี้ ใช้อ้างอิงได้เฉพาะสภาพการทดสอบในช่วงเวลาเดียวเท่านั้น ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคของ NEDC ที่ได้จากวิธีการอื่นใดก่อนหน้าการทดสอบนี้

สำหรับข้อมูลอย่างเป็นทางการของผลทดสอบอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในรถยนต์รุ่นใหม่อื่นๆ สามารถค้นหาได้จากเอกสาร “Guidelines on fuel consumption, CO2 emissions and power consumption of new passenger cars” [Leitfaden über den Kraftstoffverbrauch, die CO2-Emissionen und den Stromverbrauch neuer Personenkraftwagen], ผ่านตัวแทนจำหน่ายและสถาบัน Deutsche Automobil Treuhand GmbH (DAT) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save