Efficient, refined powertrains
จากัวร์ XJ ใหม่มีทางเลือกเครื่องยนต์ทั้งหมด 4 แบบ เริ่มจากเครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตร V8 ซุปเปอร์ชาร์จรุ่นล่าสุด แรงม้าสูงสุดที่ 510 หรือ 470 แรงม้าขึ้นอยู่กับรุ่นรถ (เครื่องยนต์ที่ดีที่สุดคือเครื่องยนต์ V8 แรงม้าสูงสุด 510 แรงม้า มาพร้อมการตกแต่งในแบบ Supersport) นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์เบนซิน V8 ที่สร้างแรงม้าสูงสุดที่ 385 แรงม้า รวมไปถึงเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร V6 แรงม้าสูงสุด 275 แรงม้า มาพร้อมระบบเทอร์โบคู่ โดยเครื่องยนต์ดีเซล V6 นี้ถือเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและการคายคาร์บอนไดออกไซด์ที่น้อยที่สุดในกลุ่มรถเครื่องยนต์ดีเซลด้วยกัน
ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าห้องเผาไหม้โดยตรงของเครื่องยนต์เบนซินขนาด 5.0 ลิตร V8 ได้ถูกแนะนำครั้งแรกในปี 2009 เครื่องยนต์นี้ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มแรงม้าและแรงบิด แต่จะมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและมลพิษลดลง ทำให้รถมีความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองแรงบิดได้ตั้งแต่รอบต่ำจนถึงสมรรถนะสูงสุดของรถ
หากเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 4.2 ลิตร V8 ในจากัวร์ XJ รุ่นก่อน แรงม้าจะเพิ่มขึ้น 29% ทั้งในรุ่นซุปเปอร์ชาร์จ 510 แรงม้า และรุ่นเครื่องยนต์ปกติแรงม้าจะเพิ่มขึ้น 19% ในรุ่นซุปเปอร์ชาร์จ 470 แรงม้า
สมรรถนะที่เพิ่มขึ้นแต่กลับมีการคายคาร์บอนไดออกไซด์และอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลงทำให้สามารถผ่านข้อบังคับทางมลพิษระดับ EU5 และ US ULEV2
Advanced new V6 twin-turbocharged diesel engine
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร V6 ถือเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีในเรื่องสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้จากัวร์ XJ ใหม่เป็นรถที่ทรงพลัง มีการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่มรถดีเซลระดับหรู
สำหรับการขับขี่ประจำวัน รวมไปถึงการขับขี่บนมอเตอร์เวย์ เทอร์โบแบบแปรผันตัวที่ 1 จะทำงานต่อเนื่อง ในขณะที่เทอร์โบแบบปกติตัวที่ 2 จะไม่มีการทำงาน เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
แต่หากเครื่องยนต์ทำงานที่รอบเกิน 2800 รอบต่อนาที เทอร์โบตัวที่ 2 จะทำงานภายในเวลา 300 มิลลิเซคคั่น ไม่มีการกระตุกและให้พละกำลังอย่างต่อเนื่อง
หากเทียบกับเครื่องยนต์เดิมขนาด 2.7 ลิตรที่มีอยู่ในรถจากัวร์ XJ รุ่นก่อนซึ่งขายไปประมาณ 25% ของยอดขายจากัวร์ XJ ทั่วโลก เครื่องยนต์ดีเซล V6 ใหม่มีพละกำลังเพิ่มขึ้น 33% แรงม้าสูงสุดที่ 275 แรงม้า แรงบิดเพิ่มขึ้น 38% ที่ 600 นิวตันเมตร
เมื่อรวมกับโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาของจากัวร์ XJ ใหม่ อัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ใช้เวลาเพียง 6.0 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 155 ไมล์/ชม. (จำกัดความเร็วด้วยอิเล็กทรอนิกส์)
Advanced six-speed automatic transmission
เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลทุกรุ่นจะมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม ระบบจะมีการปรับเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวลและถ่ายทอดพละกำลังได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง นอกจากนี้จากัวร์ XJ ใหม่ยังมีระบบ Jaguar Sequential Shift ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์แบบเกียร์ธรรมดาได้ผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย
The lifecycle of a vehicle
จากัวร์ XJ ใหม่ยังคงรักษาความเป็นยนตรกรรมระดับหรูไว้ได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างตัวถังอลูมิเนียมน้ำหนักเบาและเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ พร้อมที่จะส่งมอบคุณภาพที่โดดเด่นและความคุ้มค่าต่อผู้ที่เป็นเจ้าของ
จากัวร์มีการพัฒนาโดยมุ่งเน้นเรื่องวงจรชีวิตของรถ จะให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัวมากกว่าที่จะมองแค่ตนเอง อย่างเช่นเรื่องของอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและค่ามลพิษคาร์บอนไดออกไซด์
วงจรชีวิตนี้จะมุ่งในเรื่องของการใช้วัสดุที่น้อยและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้เท่าที่ทำได้ มีการใช้พลังงานในขั้นตอนการผลิตต่ำที่สุด แต่ยังคงไว้ซึ่งความคงทน โดยสามารถนำวัสดุของรถนั้นกลับมาใช้ใหม่ได้เมื่อรถคันนั้นหมดอายุการใช้งาน
โครงสร้างอลูมิเนียมของจากัวร์ XJ ใหม่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมีส่วนร่วม วัสดุที่ใช้ผลิตตัวถังประมาณ 50% สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และจะเพิ่มขึ้นให้มากถึง 75% ต่อไป ซึ่งจะช่วยลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 3 ตันต่อรถหนึ่งคันเมื่อเทียบกับตัวถังรถแบบปกติ
จากัวร์ XJ ใหม่ยังคงเป็นผู้นำในด้านต่างๆ เช่น เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 เป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยที่สุด
การตอบสนองและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่โดดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซล V6 และเบนซิน V8 ถือเป็นหนึ่งในความสมบูรณ์แบบของจากัวร์ XJ ใหม่ เมื่อผนวกกับโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบา ผลที่ได้ก็คือสมรรถนะของรถที่ยอดเยี่ยมและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น่าประทับใจ Malcolm Sandford, Enging Group Chief Engineer |