| ENGINEERING
การออกแบบของ XF แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีการออกแบบแนวใหม่ มีการนำวัสดุและวิธีการผลิตแบบใหม่มาใช้
Phil Hodgkinson, Jaguar Programmes Director อธิบาย
เบื้องหลังงานทางด้านวิศวกรรมของ XF เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการออกแบบใหม่ ขั้นตอนการพัฒนาและเครื่องมือทางด้านคอมพิวเตอร์ใหม่ที่นำมาใช้ทำให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีและวัสดุแบบใหม่ที่นำมาผสมผสานกันทำให้วัสดุมีความแข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา งานฝีมือร่วมสมัยในแบบฉบับจากัวร์ถือเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นเช่นกัน
Vitual Process (VP) และ Virtual Series (VS) เป็นเทคโนโลยีแบบใหม่ที่จากัวร์ได้นำมาใช้ในการผลิต XF
จากรถต้นแบบสู่คันจริง มีการใช้เทคนิคการคำนวณมวลสารเพื่อออกแบบแก้ไขจุดต่างๆ ในการสร้างองค์ประกอบของรถทั้งหมดให้ออกมาเสมือนจริงก่อนที่จะนำมาผลิตชิ้นส่วนจริง ถือได้ว่าเป็นระบบและ
ขั้นตอนการผลิตรถที่ยอดเยี่ยม การเปิดตัวของ XF คันจริงนั้นต้องผ่านขั้นตอน VP และ VS โดยเริ่มตั้งแต่การ
พัฒนารถ การศึกษาในแง่การผลิตจริง จนถึงการวางแผนการผลิต
อย่างไรก็ตามขั้นตอน VP นั้นนำมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพโดยรวมด้วย จะยอมให้มีการออกแบบได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีการกำจัดส่วนเกินออกในช่วงของการผลิตตัวต้นแบบ ซึ่งขั้นตอน VP จะก่อให้เกิดความเที่ยงตรงในการ
ผลิตตัวต้นแบบ เมื่อผลิตออกมาเป็นตัวต้นแบบสำเร็จก็จะมีการประเมินผลทั้งในแบบการนำไปใช้บนถนนจริง
การทดสอบการชน การทดสอบในสภาพอากาศที่ร้อนและเย็น การทดสอบความทนทาน ในขณะเดียวกันขั้น
ตอน VS ก็จะนำมาใช้ในการทำงานตามต้องการเพื่อช่วยสร้างรถในขั้นตอนสุดท้าย รวมถึงปรับปรุงการทำงาน
ในส่วนของงานฝีมือ ประสิทธิภาพ และการเข้ารับการบริการที่นานขึ้น
เทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสรรค์ XF โปรแกรม CAD แบบ C3PMG ถือเป็นโปรแกรมแรกภายใต้แนวคิดใหม่ของจากัวร์ที่มีการนำมาใช้ เพื่อช่วยให้เกิดการผสมผสานระหว่างโปรแกรม
CAD รุ่นใหม่ และการจัดการข้อมูลแบบใหม่เข้าด้วยกัน เป็นการเปิดทางเพื่อให้เกิดการผลิตวัสดุที่แข็งแกร่งและมี
น้ำหนักเบา การออกแบบยังคงเน้นในเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อเกิดการชนจากด้านข้าง แรงกระแทกที่มีต่อผู้โดยสารจะต้องอยู่ในขอบเขตของความปลอดภัย
XF ได้มีการนำเหล็กที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่มาใช้กับโครงสร้างรถ จะประกอบด้วย High carbon steels,
Dual-phase, Hot-formed boron steels และ Bake-hardened steels โดยนำมาสร้างเป็นโครงสร้างรถ การนำวัสดุดังกล่าวมาผสมผสานกันก่อให้เกิดความแข็งแกร่งและมีน้ำหนักที่เบา ทนต่อการเกิดสนิมโดยมีการนำแร่สังกะสีและระบบการพ่นสีแบบใหม่มาใช้ สำหรับเสา A และ B ของ XF นั้นมีขนาดเล็กซึ่งจะช่วยในเรื่องของมุมมองที่ชัดเจน แต่ภายใต้ขนาดที่เล็กและเบานั้นยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่ง
จากการใช้เหล็กแบบ Dual-phase DP6000
ระบบป้องกันการชนคนเดินถนนรุ่นที่ 2 เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกกับรถจากัวร์รุ่น XK
โดยได้นำมาใส่ไว้ใน XF ด้วย (ขึ้นอยู่กับตลาด) ระบบนี้จะช่วยลดการบาดเจ็บของคนเดินถนนในกรณีที่กระแทกกับ
ฝากระโปรงหน้ารถ ข้อดีของระบบคือจะช่วยเพิ่มช่องว่างระหว่างฝากระโปรงหน้ากับส่วนที่แข็งที่สุดของเครื่องยนต์ ระบบการปกป้องนี้ได้นำเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่มีการตอบสนองที่เร็วขึ้น รวมถึงบานพับฝากระโปรงหน้าที่มีการตอบ
สนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
XF ทุกรุ่นมาพร้อมกับถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าแบบ 2 จังหวะ ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และ
ม่านนิรภัย มีเซ็นเซอร์ตรวจจับที่เบาะนั่งว่ามีผู้โดยสารหรือไม่เพื่อช่วยให้ถุงลมนิรภัยทำงานได้อย่างถูกต้องและจำ
เป็นเท่านั้น สำหรับเบาะนั่งคู่หน้าจะมีระบบป้องกันการสะบัดของคอเมื่อเกิดการชนจากด้านหลัง รวมถึงนำ
เทคโนโลยี Soft-landing มาใช้เพื่อลดแรงกระชากของเข็มขัดนิรภัยให้มีความนุ่มนวล และจะทำงานประสาน
กับถุงลมนิรภัยด้านหน้าด้วย
จุดเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีกหลายจุดได้ถูกนำมาประมวลและพัฒนาในขั้นตอน VP มีการปรับปรุงงานฝีมือภายในให้ด
ียิ่งขึ้นเพื่อให้งานออกมามีคุณภาพ แผงคอนโซลต่างๆ จะมีช่องว่างของรอยต่อเล็กที่สุด มีความทนทานมากขึ้น และหากเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็ยังสามารถซ่อมแซมได้ง่ายและราคาไม่แพงนักซึ่งจะเป็นผลดีต่อเจ้าของรถ
SUSPENSION
XF ถือได้ว่าเป็นผู้นำในเรื่องระบบช่วงล่างที่สามารถทนการบิดตัวและแรงกระทำต่างๆ ที่มีต่อโครงสร้างได้อย่าง
ยอดเยี่ยมคล้ายกับรถสปอร์ตในรุ่น XK ช่วยให้รถมีการขับขี่และการควบคุมที่สมดุล การบังคับจะทำได้โดยง่าย
คล้ายกับ XF เป็นรถสปอร์ต ความยาวของปีกนกในช่วงล่างด้านหน้าซึ่งผลิตจากอลูมิเนียมน้ำหนักเบาที่ไม่เท่ากัน
ช่วงล่างด้านหลังแบบยึดหลายจุด รวมถึงโครงสร้างที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้การขับขี่ในทางตรงมีความมั่นคงสูง ช่วยลดอาการหน้ายุบเมื่อต้องเบรกอย่างรุนแรง สามารถลดเสียงรบกวนและการสั่นสะเทือนจากถนนได้เป็นอย่างดี
ระบบช่วงล่างแปรผันที่ได้รับการปรับตั้งมาอย่างดีจะอยู่ใน XF รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน V6 ดีเซล V6 และ V8
ส่วนรุ่น SV8 สำหรับทุกตลาดนั้นจะมีระบบ Computer Adaptive Technology Suspension
(CATSTM) รุ่นล่าสุดมาใช้เช่นเดียวกับรถสปอร์ตทัวริ่งรุ่น XK มีการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาควบคุม
ช่วงล่างให้ปรับได้ 2 ระดับโดยอัตโนมัติภายในเสี้ยววินาทีเพื่อให้มีการตอบสนองที่ดี ซึ่งจะช่วยสร้าง
ความผ่อนคลายและการควบคุมที่ดีไปพร้อมกัน
BRAKES
XF ใช้จานดิสก์เบรกหน้าแบบมีครีบระบายความร้อนขนาด 326 x 20 มิลลิเมตรในรุ่นปกติ และใช้ดิสก์เบรก
หน้าขนาด 355 x 32 มิลลิเมตรสำหรับรุ่น SV8 ที่มีพละกำลังมากกว่าเพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการ
เบรกสูงสุด สำหรับดิสก์เบรกหลังจะมีขนาด 326 x 20 มิลลิเมตรเท่ากันในทุกรุ่น
แป้นเบรกที่ออกแบบให้ทำหน้าที่ได้อย่างรวดเร็วจะช่วยสร้างความรู้สึกในการเบรกได้เป็นอย่างดี ในขณะ
ที่ยังให้การตอบสนองที่นุ่มนวล
XF ใช้ระบบเบรกมือไฟฟ้าโดยมีปุ่มโครเมียมขนาดเล็กอยู่บริเวณกึ่งกลางคอนโซล ระบบนี้จะใช้เทคโนโลยีสายสัญญาณไฟฟ้าควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ JaguarDrive SelectorTM ระบบจะปลดเบรกมือให้อัตโนมัติเมื่อต้องการขับขี่ไปข้างหน้า ทั้งนี้ระบบนี้ยังสามารถเลือกให้ทำงานหรือ
ไม่ทำงานแบบ
ปกติได้ตามต้องการด้วย
STEERING
พวงมาลัยพาวเวอร์แบบอัตราทดแปรผันเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นของ XF ระบบจะช่วยผ่อนแรงในขณะขับขี่
ความเร็วต่ำ แต่จะมีความแม่นยำและการตอบสนองที่ดีขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงซึ่งพวงมาลัยจะให้ความรู้สึกที่เป็น
กลาง โดยในรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลพวงมาลัยก็จะช่วยลดแรงเพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วเช่นกัน
XF มีการปรับปรุงระบบการปรับพวงมาลัยด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ทำงานประสานกันเมื่ออยู่ในโหมด Entry
และระบบ Jaguar Smart Key SystemTM ปุ่มปรับจะมีขนาดพอดีไม่ยาวเกินไปและสามารถปรับระดับได้
อย่างน่าพอใจ
พวงมาลัยของ XF จะมีระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ ระบบ JaguarVoiceTM (ขึ้นอยู่กับตลาด) และระบบ
ควบคุมเครื่องเสียง สามารถปรับระดับเสียงและช่องสถานีวิทยุ ปุ่ม Source จะสามารถเลือก AM/FM/CD และสามารถควบคุมอุปกรณ์ภายนอกที่นำมาเชื่อมต่อได้เช่นกัน ปุ่ม Select จะทำหน้าที่หลากหลาย เช่น เลือก
เพลงในแผ่นซีดี เลือกช่องสถานีวิทยุที่ตั้งไว้ หรือควบคุม iPod? หรือเครื่องเล่น MP3 เมื่อมีการเชื่อมต่อ
WHEELS AND TYRES
ขึ้นอยู่กับตลาดและรุ่นรถ XF จะมีล้อขนาด 17 20 นิ้วให้เลือก รุ่น SV8 จะเป็นรุ่นเดียวที่ให้ล้อขนาด 20
นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ล้อทุกรุ่นจะผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ ออกแบบให้มีความแข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบา รถทุกรุ่นจะให้ล้ออะไหล่แบบประหยัดพื้นที่ขนาด 18 นิ้ว ในเรื่องความปลอดภัยจะให้น็อตแบบกันขโมยจำนวน
20 ตัวในการยึดล้อ
สำหรับตลาดยุโรปรถที่ติดตั้งล้อขนาด 17 และ 18 นิ้วนั้นสามารถเลือกระบบซ่อมแซมยางแทนยางอะไหล่แบบประหยัดพื้นที่เพื่อเพิ่มพื้นที่และลดน้ำหนักไปพร้อมกัน ระบบซ่อมแซมยางนั้นจะมาแทนที่ยางอะไหล่ แม่แรงและเครื่องมือต่างๆ สามารถช่วยซ่อมแซมยางที่รั่วได้ชั่ว
คราว โดยขนาดรูรั่วต้องไม่เกิน 6 มิลลิเมตรเพื่อที่จะสามารถขับรถต่อไปได้และค่อยซ่อมแซมอย่างถาวรอีกครั้ง ทั้งนี้หากเลือกระบบซ่อมแซมยางจะทำให้มีพื้นที่ใต้ห้องเก็บของท้ายรถเพิ่มขึ้นอีก 40 ลิตร
DRIVER AIDS
XF มีระบบที่จะช่วยควบคุมรถหลายอย่าง ทั้งระบบเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน (EBA) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบควบคุมการลื่นไถล (Traction control) ที่จะทำงานคอยประสานงานระ
หว่างเครื่องยนต์กับเบรก ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DSC) ระบบควบคุมการเบรกขณะเลี้ยว (CBC) ระบบควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ (EDR) และเป็นครั้งแรกสำหรับ XF ที่ได้เพิ่มระบบควบคุมอาการหน้าดื้อโค้ง ซึ่งได้รับการออกแบบให้ลดอาการหน้าดื้อโค้งโดยการควบคุมเครื่องยนต์และระบบเบรกเพื่อลดการเร่งของรถและเพิ่ม
การเกาะถนนของล้อหน้าให้มากขึ้น
ระบบ DSC ที่มีการทำงาน 2 ระดับแบบเดียวกับในรถ XK ถือเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน จะมีสวิทช์เปิดปิดระบบ
DSC ให้เลือกได้ ระบบนี้ออกแบบเพื่อป้องกันการสูญเสียการทรงตัวของรถ ทั้งนี้ระบบ Trac DSC จะยอมให้เกิดการลื่นไถลมากขึ้นก่อนระบบจะทำงานเพื่อให้คล้ายกับการขับรถสปอร์ต รวมถึงยอมให้ล้อหมุนฟรีหากจำเป็นในกรณีที่ล้อพันโซ่เพื่อให้ขับได้บนหิมะ ทั้งนี้ระบบจะทำงานเมื่อปรากฏ
สัญลักษณ์ DSC on
ในโหมด Dynamic (รุ่น SV8 เท่านั้น) การกดปุ่ม DSC ค้างไว้เพื่อให้ระบบไม่ทำงาน รถจะสร้างประสบการณ
์การขับขี่ให้ผู้ขับได้อย่างเร้าใจ จะแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างของรถที่ยอดเยี่ยม ทั้งนี้การเลือกระบบนี้จะยืนยัน
ระบบโดยการโชว์ข้อมูลที่หน้าปัด
สำหรับ XF ที่ติดตั้งระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) การทำงานจะผสานกับระบบเบรกอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจะสั่งการเพิ่มความเร็วหรือสั่งลดความเร็วโดยการสร้างแรงดันไฮโดรลิกเพื่อให้เบรกทำงาน ซึ่งจะให้การตอบสนองที่ดีและยังคงรักษาระยะห่างตามที่ได้ตั้งไว้
JaguarDrive ControlTM จะสร้างความแตกต่างโดยการเชื่อมระบบ DSC เครื่องยนต์และเกียร์ เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานของเครื่องยนต์และการเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับรูปแบบการขับขี่มากที่สุด ในรถที่ม
ีเครื่องยนต์แบบธรรมดา ระบบ JaguarDrive ControlTM จะมีให้เลือกโหมดธรรมดากับโหมดการขับขี่บน
ถนนลื่น ส่วนในรุ่น SV8 จะมีให้เลือกทั้งโหมดธรรมดา การขับขี่บนถนนลื่น และแบบ Dynamic โดยในแบบสุดท้ายจะยอมให้ขับตามความต้องการของผู้ขับมากที่สุด
POWERTRAIN
XF มีเครื่องยนต์ให้เลือก 4 แบบ คือ 2.7 ลิตร V6 เทอร์โบดีเซล 3.0 ลิตร V6 เบนซิน 4.2 ลิตร V8 เบนซิน
และ 4.2 ลิตร ซุปเปอร์ชาร์จ V8 เบนซิน (ขึ้นอยู่กับตลาด) ทุกรุ่นจะให้พละกำลังและความแม่นยำตามแบบฉบับ
จากัวร์ Mick Mohan, XF Chief Programme Engineer กล่าว
เครื่องยนต์ของ XF จะผสมผสานทั้งในเรื่องสมรรถนะ บุคลิกที่โดดเด่นและสายพันธุ์ที่ยอดเยี่ยม เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดถือได้ว่าเยี่ยมที่สุดเท่าที่จากัวร์เคยมีมา ระบบ Jaguar Sequential ShiftTM ที่สามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้คล้ายเกียร์ธรรมดาเป็นอุปกรณ์ที่มีในทุกรุ่น การผสมผสานนี้จะทำให้มีความคล้ายคลึ
งกับ XK ซึ่งเป็นรถสปอร์ตที่ให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม
เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลแบบ V6 สามารถเลือกการตกแต่งในแบบ Luxury และ Premium Luxury ส่วน
เครื่องยนต์เบนซิน V8 การตกแต่งจะเป็นแบบ Premium Luxury เท่านั้น (และแบบ Luxury สำหรับตลาดอเมริกา)
ในรุ่นซุปเปอร์ชาร์จ SV8 นั้นสามารถตกแต่งตามแบบที่เจ้าของต้องการได้ ซึ่งจะมีให้เลือก 6 แบบไม่ซ้ำกัน
ตามมาตรฐานไอเสียยูโร 4 เครื่องยนต์ดีเซล 2.7 ลิตร V6 24 วาล์ว ทวินเทอร์โบ จะให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมและเป็นผู้นำในเรื่องความประณีตเมื่อเทียบกับรถระดับเดียวกัน เครื่องยนต์รุ่นนี้มีแรง
ม้าสูงสุดที่ 207 แรงม้าและแรงบิดสูงสุดที่ 435 นิวตันเมตร เสื้อสูบผลิตจาก Compacted Graphite Iron (CGI) ส่วนฝาสูบผลิตจากอลูมิเนียม ส่งผลให้เป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่มีน้ำหนักเบา มีอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม เป็นรถที่มีสมรรถนะที่ดีและประหยัดเชื้อเพลิง
เครื่องยนต์ดีเซล V6 ใช้ระบบรางหัวฉีดแรงดันสูงรุ่นล่าสุด มีระบบการฉีดนำร่องและระบบอิเล็กทรอนิกส์ใน
การควบคุมการฉีดจ่ายน้ำมัน ทำให้การเผาไหม้เป็นไปอย่างราบรื่นและเงียบ วาล์วจำนวน 4 วาล์วต่อสูบและห้องเผาไหม้ที่ได้รับการพัฒนาจะช่วยให้เกิดการจุดระเบิดที่สมบูรณ์แบบ ช่วยให้เกิดระดับเสียง
เครื่องยนต์ที่ต่ำ
การใช้เทอร์โบชาร์จแบบแปรฝันควบคุมโดยอิเล็กทรอนิกส์ มีการนำไอเสียกลับมาใช้ใหม่ รวมถึงระบบดูดอากาศ
แบบแปรผัน ทั้งหมดช่วยให้ไอเสียที่ออกมามีระดับต่ำ การใช้เทอร์โบชาร์จขนาดเล็กจำนวน 2 ตัว การควบคุมการฉีดจ่ายน้ำมันด้วยไฟฟ้าทำให้เกิดการตอบสนองที่รวดเร็วและนุ่มนวล
เครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร V6 ถือเป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มีการนำอลูมิเนียมมาใช้ผลิตแคม
ชาร์ปทั้ง 4 ตัวและวาล์วทั้ง 4 ตัวต่อสูบ รวมถึงระบบปรับแคมชาร์ปอัตโนมัติและระบบปรับท่อทางเดินอากาศอัต
โนมัติ ส่งผลให้มีกำลังสูงสุดที่ 240 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 293 นิวตันเมตร โดยที่แรงบิดกว่า 80%
จะมาตั้งแต่ 1,500 รอบไล่เพิ่มขึ้นจนถึงรอบสูงสุดที่ 6,800 รอบ
ระบบปรับแคมชาร์ปอัตโนมัติจะให้การตอบสนองที่รวดเร็วและทำให้เครื่องยนต์มีสมรรถนะที่ดี ช่วยสร้างแรงบิดสูงในช่วงความเร็วต่ำและให้กำลังสูงในช่วงความเร็วที่สูงเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการนำไอเสียวนกลับมาใช้ใหม่เพื่อช่วยลดปริมาณไฮโดรคาร์บอนและ NOx ซึ่งเป็นมลภาวะด้วย
เครื่องยนต์ขนาด 4.2 ลิตร V8 มีให้เลือกทั้งแบบเครื่องยนต์ปกติและซุปเปอร์ชาร์จ เครื่องยนต์ผลิตจากอลูมิเนียมทั้งหมดทำให้มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ทนต่อการบิดตัวได้เป็นอย่างดี
และช่วยลดเสียงรบกวน ระบบระบายไอเสียของเครื่องยนต์ V8 ได้รับการออกแบบให้มีความเงียบในขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงแต่ยังคงให้ความรู้สึกของความเป็นเครื่องยนต์ V8 ได้อย่างแท้จริงเมื่อต้องการเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว
เครื่องยนต์แบบปกติให้แรงม้าสูงสุดที่ 300 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 411 นิวตันเมตร ส่วนเครื่องยนต์ซุปเปอร์ชาร์จจะใช้เพลาหมุนและสายพานที่มีคุณภาพสูง สามารถสร้างแรงม้าสูงสุดที่ 420 แรงม้า
และแรงบิดสูงสุดที่ 560 นิวตันเมตร สิ่งสำคัญของเครื่องยนต์ซุปเปอร์ชาร์จคือเครื่องยนต์สามารถสร้างแรงบิดสูงได้อย่างต่อเนื่องและในรอบเครื่องที่กว้าง
โดยแรงบิดอย่างน้อย 86% เริ่มตั้งแต่ที่ 2000 รอบต่อนาทีไล่เพิ่มขึ้นไปจนถึงความเร็วสูงสุด
เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดถือเป็นหนึ่งในเกียร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลกซึ่งจากัวร์ได้นำมาใช้ในทุกรุ่นของ XF
โดยไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาให้เลือก ระบบขับเคลื่อนนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ XF มีบุคลิกในแบบฉบับรถสปอร์ต เกียร์จะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตอบสนองการขับขี่ในรูปแบบต่างๆ แต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวลและสามารถแสดงสมรรถนะออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการเพิ่มสมาธิให้กับผู้ขับขี่ระบบขับเคลื่อนสามารถควบคุมได้จาก JaguarDrive SelectorTM ผู้ขับสามารถเลือกการขับขี่ในรูปแบบเกียร์ธรรมดาได้ผ่าน Jaguar Sequential ShiftTM ระบบ
JaguarDrive SelectorTM จะมีโหมดสปอร์ตให้เลือกด้วย ทั้งนี้ได้มีการนำเทคโนโลยีการสั่งการด้วยไฟฟ้ามาใช้สั่งการเปลี่ยนเกียร์เช่นเดียวกับรถรุ่น XK
เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่มีใน XF ทำให้รถสามารถแสดงสมรรถนะออกมาได้เต็มที่ เครื่องยนต์ดีเซล 2.7 ลิตร
V6 ทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ใช้เวลาเพียง 7.9 วินาที (0-100 กม./ชม. เพียง 8.4 วินาที) ความเร็วสูงสุด
143 ไมล์/ชม. (229 กม./ชม.) เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตร V6 ทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ใช้เวลา
7.9 วินาที (0-100 กม./ชม. เพียง 8.3 วินาที) ความเร็วสูงสุด 148 ไมล์/ชม. (237 กม./ชม.)
เครื่องยนต์เบนซิน V8 มีอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ใช้เวลาเพียง 6.3 วินาที (0-100 กม./ชม. เพียง 6.6 วินาที) ความเร็วสูงสุดจำกัดโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 155 ไมล์/ชม. (250 กม./ชม.) สำหรับเครื่องยนต์
ซุปเปอร์ชาร์จ SV8 ทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ใช้เวลาเพียง 5.2 วินาที (0-100 กม./ชม. เพียง 5.5 วินาที) ความเร็วสูงสุดจำกัดโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ 155 ไมล์/ชม. (250 กม./ชม.)
DRIVING DYNAMICS
จากัวร์สามารถสร้างความรื่นรมย์ในการขับขี่ให้กับผู้ขับขี่ได้สูงสุด โดย XF ถือว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะที่ดีเยี่ยมเสมือนนักกีฬาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง โครงสร้างที่สามารถทน
แรงบิดได้เป็นอย่างดี ความกว้างช่วงล้อที่มากขึ้นผสานกับช่วงล่างที่มีความแม่นยำ พวงมาลัยและ
เบรกที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้ XF มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมแต่ยังคงไว้ซึ่งความสบายและหรูหราตามแบบ
ฉบับรถซาลูนที่ให้การยึดเกาะที่ดี ตัวรถมีความสมดุล สามารถตอบสนองและมีความหนักแน่นเช่น
เดียวกับรถสปอร์ต ผลที่ได้นั้นจะแสดงให้เห็นว่าการขับขี่รถที่แท้จริงเป็นอย่างไร
Mike Cross, Chief Engineer, Vehicle Integrity ได้อธิบายถึงการพัฒนาขั้นตอนในการ
ผลิตรถไว้ว่า
กุญแจสำคัญ 2 ประการที่ทำให้ XF เป็นรถที่มีสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ประการแรกคือลักษณะ
การขับขี่ที่คล้ายกับรถสปอร์ตคูเป้ ประการที่สองคือจากัวร์เน้นในเรื่องของความสมดุลในการขับขี่
การบังคับควบคุม และความแม่นยำ ทั้งหมดนี้ทำให้ XF ถือว่าเป็นรถที่สามารถสร้างประสบการณ
์การขับขี่ได้อย่างน่าประทับใจ
XF ทุกรุ่นจะมีระบบ Jaguar Sequential ShiftTM เพื่อใช้ควบคุมระบบขับเคลื่อน โดยสามารถเลือกการเปลี่ยนเกียร์ให้เป็นแบบเกียร์ธรรมดาได้ผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยทั้ง
ในโหมดปกติและสปอร์ต
แต่ในความเป็นสปอร์ตนั้นถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ XF เท่านั้น ความแม่นยำในการขับขี่ก็ถือว่า
มีความสำคัญเช่นเดียวกับความประทับใจ โครงสร้างที่สามารถทนแรงบิดได้ดี พละกำลังที่มี
ความนุ่มนวล และการจัดการเกี่ยวกับเสียงรบกวนภายนอกที่ยอดเยี่ยม (รวมถึงแผ่นกันเสียงเครื่องยนต
์และแผ่นเก็บเสียง 2 ชั้นรอบคัน) ทำให้ XF เป็นรถที่มีเสียงรบกวนน้อยที่สุดในรถระดับเดียวกัน
ที่ความเร็ว 30 ไมล์/ชม. (50 กม./ชม.) เสียงรบกวนภายในอยู่ที่ระดับ 65 เดซิเบล ต่ำกว่า
BMW 5 Series ทั้งที่ XF ใช้ล้อที่มีขนาดใหญ่กว่า สิ่งพิเศษหากลูกค้าซื้อรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล
V6 นั่นคือเสียงรบกวนของเครื่องยนต์ใต้ฝากระโปรงที่น้อยมาก สามารถสร้างความประทับใจได
้เป็นอย่างดี สำหรับ XF ในรุ่นเครื่องยนต์ V8 นั้นได้นำระบบระบายไอเสียของ XK มาปรับใช้เพื่อให้เสียงที่ออกมานั้นคล้ายกับรถสปอร์ตโดยเฉพาะเวลาเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว ทั้งหมด
นี้คือสิ่งที่จากัวร์ได้สัญญาไว้
|