|
พร้อมเผยโฉมแล้วที่งานดีทรอยต์ออโต้โชว์ในเดือนมกราคม 2547 นี้ ด้วยการออกแบบใหม่อย่างละเอียดอ่อนเพื่อแสดงพลังแห่งการเคลื่อนไหว
และรูปโฉมร่วมสมัยที่ดูสบายตา แต่ทรงพลัง แข็งแกร่งและสัดส่วนที่ลงตัวยิ่งขึ้น การใช้อลูมิเนียมน้ำหนักเบาแทนเหล็กที่ฝาครอบกระโปรงรถทำให้การกระจายน้ำหนักเป็นไปอย่างสมดุลเพื่อการทรงตัวอันไร้ที่ติ
นอกจากนี้รูปร่างใหม่ยังทำให้รอยต่อต่างๆ เล็กลงและเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่อีกด้วย
แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่จากัวร์ S-TYPE ก็ยังคงเอกลักษณ์ของจากัวร์ไว้ได้อย่างลงตัวที่สุด
นอกจากนี้ S-TYPE ใหม่ยังพัฒนาการออกแบบภายในโดยเพิ่มความหรูหราแบบร่วมสมัย เน้นความสปอร์ตและความง่ายในการใช้งานพร้อมทั้งมีสีภายในและวัสดุให้เลือกมากขึ้นอีกด้วย
ส่วนในรุ่น S-TYPE Sport และ S-TYPE R ยังมีการนำแผงหน้าปัดอลูมิเนียมแบบสปอร์ตซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญชิ้นหนึ่งของรถสปอร์ตตามแบบอย่างจากัวร์
E-Type ซึ่งผลิตขึ้นในปี 1961 มาใช้เพิ่มสีสันเพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งแก่ลูกค้านอกเหนือจากการใช้แผงหน้าปัดลายไม้
การออกแบบภายในได้รับการพัฒนาโดยการเพิ่มคุณภาพวัสดุและโครงสร้าง ความหรูหราแบบสปอร์ตก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ภายในห้องโดยสารของจากัวร์ตั้งแต่การออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์เพื่อการเคลื่อนไหวอย่างอิสระไปจนถึงความรู้สึกในการควบคุมอย่างมั่นคง
นอกจากนี้ S-TYPE ใหม่ยังประกอบไปด้วยอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ล้อลายใหม่ไปจนถึงระบบ
Cruise Control และระบบช่วยจอดอีกด้วย
เครื่องยนต์เบนซินรุ่นต่างๆ ยังคงเหมือนเดิม และจะมีเครื่องยนต์ดีเซลเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพิ่มเติมมาในกลางปี
2004 สำหรับเครื่องยนต์เบนซินตัวเครื่องอลูมิเนียมนั้นมีตั้งแต่ V6 2.5 และ 3.0 ลิตร
ไปจนถึง V8 4.2 ลิตร และ 4.2 ลิตรซุปเปอร์ชาร์จ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังแรงที่สุดเท่าที่จากัวร์เคยผลิตมา
ที่ให้พลังดุดันดั่งใจนึก ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยนต์ที่ให้ทุกสิ่ง ตั้งแต่ V6 2.5 ลิตรที่ให้กำลังถึง
201 แรงม้า อัตราสิ้นเปลือง 29.6 ไมล์ต่อแกลลอน ปริมาณสารคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 229
กรัมต่อกิโลเมตร ไปจนถึง V8 4.2 ลิตรซุปเปอร์ชาร์จรุ่นใหญ่สุดที่พละกำลังถึง 400 แรงม้า
และอัตราเร่งจาก 0-60 ไมล์ต่อชั่วโมงเพียง 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 155 ไมล์ต่อชั่วโมง
นอกจากนี้จากัวร์ S-TYPE ทุกรุ่นยังมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะของ ZF ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
S-TYPE ใหม่ได้รับการออกแบบให้ส่งเสริมภาพลักษณ์ความเป็นสปอร์ตในรถยนต์ซาลูนหรูหราของจากัวร์
ในปี 2002 S-TYPE ได้รับการออกแบบช่วงล่างทั้งหน้าและหลังใหม่ทั้งหมด ซึ่งระบบ
ช่วงล่างนั้นได้ใช้มาอย่างต่อเนื่องจนถึง S-TYPE ใหม่นี้ด้วยโดยได้รับการพัฒนาให้มีการเสียดสีระหว่างข้อต่อต่างๆ
และเพลาน้อยลง ส่งผลให้การขับขี่และการเคลื่อนไหวปราดเปรียวขึ้น ใน S-TYPE ใหม่ทุกรุ่นพรั่งพร้อมไปด้วยระบบพวงมาลัยพาวเวอร์แบบแปรผัน
ระบบเบรก ABS อันทรงพลังพร้อมป้องกันการล็อคล้อและระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake
Assist) ระบบรักษาเสถียรภาพ (Traction Control and Dynamic Stability Control) ทุกระบบเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
“การพัฒนาระบบช่วงล่างของ S-TYPE ใหม่นั้นทำให้รถนุ่มนวลและนั่งสบายมากขึ้น การควบคุมเป็นไปอย่างคล่องตัว
กลศาสตร์การขับขี่โดยทั่วไปมีความมั่นคงและปราดเปรียวแบบสปอร์ตในเวลาเดียวกัน ซึ่งทำให้
S-TYPE เป็นรถที่น่าขับอย่างยิ่ง” Mike Cross หัวหน้าวิศวกร บริษัท จากัวร์ คาร์ส กล่าว
S-TYPE เป็นรถยนต์สำหรับผู้บริหารรุ่นแรกในตลาดที่มีการใช้ระบบเบรกมืออัตโนมัติ (Electronic
Parking Brake) ส่วนระบบช่วงล่างควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Active Technology Suspension) ซึ่งมีโช๊คอัพปรับระดับอัตโนมัติเพื่อการควบคุมและความสบายที่เหนือชั้นกว่า
เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น R และเป็นอุปกรณ์เสริมในรุ่นอื่นๆ
ระบบรักษาความปลอดภัยครบครันกว่าเก่า ตั้งแต่ตัวถังอันแข็งแกร่ง ระบบรักษาเสถียรภาพ
ไปจนถึงระบบตรวจจับความแรงในขณะเกิดอุบัติเหตุ (Adaptive Restraint Technology System)
ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น ระบบความปลอดภัยของ S-TYPE ใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากสถาบัน
Thatcham มีหลายระบบ อาทิเช่น ระบบล็อคอัตโนมัติเมื่อมีการเคลื่อนตัว
S-TYPE ใหม่ยังมีจุดเด่นอื่นๆ สำหรับลูกค้าที่มองหาคุณค่าในรถยนต์หรูหรา ตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงรุ่นใหญ่สุด
จากัวร์ S-TYPE ตั้งราคาไว้สมเหตุสมผลทั้งๆ ที่มีการนำระบบต่างๆ และการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง
รวมทั้งค่าเสื่อมราคาต่ำ ด้วยเหตุผลนี้ทำให้ลูกค้าพึงพอใจทั้งรูปลักษณ์ ราคา และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา
แต่สำคัญที่สุดคือ S-TYPE สามารถคงลักษณะเฉพาะตัวของจากัวร์เอาไว้ได้ อาทิเช่น การผสมผสานความแข็งแกร่ง
รูปลักษณ์ที่แตกต่าง การขับขี่อันคล่องแคล่วแบบสปอร์ต ความนุ่มนวลสะดวกสบายอันเป็นเอกลักษณ์
และความพึงพอใจอันสูงสุด ดังนั้นจากัวร์ S-TYPE รุ่นนี้จึงนับเป็นรถ S-TYPE ที่สมบูรณ์แบบที่สุดด้วย
|